General Information Australia

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลีย

ประเทศออสเตรเลียเป็นทวีปเกาะ (Island Continent) ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศไทยมีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 15 เท่า มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 36,375 กิโลเมตร ทำให้ออสเตรเลียเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นทวีปที่เล็กที่สุด เมื่อเปรียบเทียบขนาดกับประเทศต่างๆ แล้ว ออสเตรเลียมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่มีประชากรเพียง 19.4 ล้านคน ออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งทวีปประกอบด้วยรัฐ 6 รัฐ และเขตการปกครองตนเอง 2 มณฑล มีเมืองแคนเบอร์ร่า (Canberra) เป็นเมืองหลวงดังนี้

 
 
ชื่อรัฐ / มณฑล ชื่อเมืองหลวง
New South Wales (NSW)
Victoria (VIC)
Queensland (QLA)
Western Australia (WA)
South Australia (SA)
Tasmania (TAS)
Northern Territory (NT)
Australian Capital Territory (ACT)
Sydney
Melbourne
Brisbane
Perth
Adelaide
Hobart
Darwin
Canberra
 
นิวเซาท์เวลส์ (New South Wales)

รัฐนี้มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด มีชาวไทยและนักศึกษาไทยมากที่สุดด้วย เป็นรัฐที่มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมมากที่สุด ในออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองที่คึกคักเต็มไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา สัญลักษณ์ของเมืองคือ โอเปร่าเฮาส์ (Opera House) และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbor Bridge)

วิคตอเรีย (Victoria)

รัฐนี้ได้ชื่อว่า Garden State เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นศูนย์กลาง ด้านศิลปะ ที่ตั้งหอศิลป์ (National Gallery of Victory) ที่ตั้งของศูนย์แสดงคอนเสิร์ต (Melbourne Concert Hall) ที่มีระบบเสียงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นเมืองที่นักศึกษาไทยไปศึกษาต่อมากเป็นอันดับสอง

ควีนส์แลนด์ (Queensland)

ควีนส์แลนด์เป็นรัฐใหญ่เป็นอันดับสองและได้ชื่อว่าเป็นรัฐแห่งแสงแดด (Sunshine State) ที่นี่มีแนวปะการังยาวที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกชื่อ Great Barrier Reefs มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์

เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)

เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อุดมสมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 12,500 กิโลเมตร อาชีพสำคัญของ ประชากรคือการทำประมงและการทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเพชรได้มากเป็นอันดับสามของโลก

เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)

ครั้งหนึ่งเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งเทศกาล" เนื้อที่ส่วนใหญ่จะแห้งแล้ง มีพื้นที่เกษตรกรรมเพียง 10% ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม

ทัสเมเนีย (Tasmania)

เป็นรัฐที่เล็กที่สุด ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ห่างจากรัฐวิคตอเรียประมาณ 240 กิโลเมตร มีอากาศหนาวที่สุด สภาพภูมิประเทศ เป็นหุบเขา และที่ราบสูงทิวทัศน์สวยงามยิ่ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย ที่นี่เป็นเมืองสงบ ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนถูก .

มณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)

มณฑลแถบนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศํยดั้งเดิมของชาวเผ่าพื้นเมืองอะบอริจิน ตัวเมืองสมัยใหม่และสามารถอำนวยความสะดวกสบาย ได้เท่าเทียมกับเมืองอื่นๆ แต่ยังจรรโลงวัฒนธรรมดั้งเดิมแบบอะบอริจินไว้ มีอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม

มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)

เป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะตัวเมืองทันสมัยเพราะมีการวางผังเมืองอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติ และหน่วยงานสถานฑูตของประเทศต่างๆ รวมทั้งสถานฑูตไทย

ภูมิอากาศ

พื้นที่มากกว่าหนึ่งในสามของออสเตรเลียอยู่เหนือเส้นทรอปิคส์ออฟแคปริคอร์น (Tropic of Capricorn) ภูมิอากาศ จึงมีลักษณะแตกต่างกันไป นับตั้งแต่อากาศร้อนทางภาคเหนือไปจนถึงอบอุ่นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งในใจกลางทวีป โดย

ฤดูร้อน เริ่มจากเดือนธันวาคม ไปสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธุ์

ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มจากเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม

ฤดูหนาว เริ่มจากเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม

ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มจากเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน

เขตที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในออสเตรเลีย ซึ่งมีหิมะตกและอุณหภูมิในฤดูหนาวลดลง ต่ำกว่าศูนย์ คือบริเวณ Highlands และ tablelands ใน Tasmania และบริเวณ Australian Alps ซึ่งทอดยาวผ่านส่วนหนึ่งของรัฐ Victoria และทางตะวันออกเฉียงใต้ของ New South Wales

เวลา

เวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time - EST) ใช้ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิคตอเรีย รัฐทัสเมเนีย รัฐควีนสแลนด์ และเมืองแคนเบอร์ร่า เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง

เวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time - EST) ใช้ในรัฐเซาท์ออสเตรเลียและมณฑลตอนเหนือ เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมงครึ่ง

เวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time - EST) ใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง

การขอวีซ่านักเรียน

เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียนมีดังนี้

    1. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า 157 A ที่กรอกข้อมูลโดยครบถ้วน

    2. หนังสือเดินทางที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน

    3. รูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว จำนวน 1 รูป

    4. Transcript ตัวจริงเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมสำเนา รวมถึงประกาศนียบัตรการเข้าอบรม วิชาต่างๆ (เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารตัวจริงให้แก่ท่านภายหลังทำการรับรองสำเนาเรียนร้อยแล้ว)

    5. ใบรับรองฐานะการเงินใช้พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องจากธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก พร้อมตัวจริงย้อนหลัง 6 เดือน หากท่านใช้หลักฐานการเงินของบริษัทรับรองสถานภาพทางการเงินโปรดแสดงหลักฐาน ความสัมพันธ์ของผู้รับรองและบริษัทที่ให้การรับรอง

    6. ทะเบียนบ้านตัวจริงพร้อมสำเนา

    7. จดหมายรับรองการทำงาน (หากมีประวัติการทำงาน)

    8. หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครและผู้รับรองฐานะการเงิน (หากผู้รับรองการเงินมิใช่ บิดาหรือมารดา โปรดแสดงหลักฐานความสัมพันธ์และจดหมายอธิบายถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว)

    9. หนังสือยืนยันการตอบรับจากสถานศึกษา (Confirmation of Enrolment) ซึ่งทางสถาบันจะออกให้หลังจากจ่ายค่าเล่าเรียนแล้ว

    10. การตรวจสุขภาพและเอ็กซ์เรย์ของผู้สมัครจะต้องตรวจโดยแพทย์ที่ทางสถานฑูตกำหนด เท่านั้น สำหรับผลการตรวจสุขภาพของท่านทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้จัดส่งให้ทางสถานฑูตโดยตรง

    11. ค่าธรรมเนียมการสมัคร 13,550 บาท และจะต้องชำระเป็นแคชเชียร์เช็ค (เฉพาะธนาคาร ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) หรือดร๊าฟท์ (เฉพาะธนาคารในประเทศไทย นอกเหนือจาก กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) และสั่งจ่ายในนาม สถานฑูตออสเตรเลีย กรุงเทพฯ เป็นเงินบาทเท่านั้น ในการสมัครขอวีซ่านี้ จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมภายหลังการสมัคร ไม่ว่าผู้สมัครจะได้รับอนุมัติวีซ่าหรือไม่ก็ตาม

หมายเหตุ : แผนกวีซ่าออสเตรเลียอาจขอเรียกเอกสารเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น

เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.

การรับวีซ่า : ใช้เวลาประมาณ 5 -10 วันทำการ

ที่ตั้ง อาคาร Thai CC ชั้นที่ 34 ยูนิต 2 & 3, 889 ถนนสาธรใต้ กรุงเทพฯ 10120 (ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์)
โทรศัพท์ (02) 6723476 - 77 หรือ E-mail : info@vfs.co.th

ศูนย์การศึกษาออสเตรเลีย 313 อาคารซีพี ชั้น 4 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ (02) 2310531 - 3 โทรสาร (02) 2310530

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา ณ ประเทศออสเตรเลีย

ประมาณการค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ยตามระดับต่างๆ ดังนี้

ระดับการศึกษา ค่าใช้จ่ายต่อปี (AUD)
ภาษาอังกฤษ
มัธยมศึกษา
ประกาศนียบัตร / อนุปริญญาตรี
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
12,400
12,000
15,000
12,000 – 20,000
12,000 – 22,500
22,500
 
หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ (1 AUD = 29 ฿)

ที่พักอาศัย ที่พักสำหรับนักเรียนต่างชาติมีหลายประเภท ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมและตามต้องการดังนี้

1. College หรือ Hall of Residence หอพักตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย แบ่งเป็นห้องเดี่ยว ห้องคู่ และห้องชุด มีห้องอาหาร ใช้ห้องครัวรวมได้ มีห้องน้ำ ห้องพักผ่อนร่วมกัน มีครูพิเศษช่วยติวให้หากต้องการ เหมาะสำหรับนักศึกษาปี 1 และผู้ที่ไม่เคยจาก บ้านมาก่อน เพราะจะมีเพื่อนมาก ทำให้ไม่เหงา

ราคา 170 - 200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์

ข้อดี ได้พบปะกับนักศึกษาจำนวนมาก ทำให้ไม่รู้สึกเหงา อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มีอาหารจัดเตรียมไว้ให้และราคาไม่สูงมาก

ข้อเสีย อาจมีเสียดังทำให้รำคาญ บางหอตั้งอยู่ไกลเสียเวลาเดินทาง อาหารชุดอาจไม่ถูกปาก บางแห่งมีราคาแพง

2. Hostel คล้ายกับหอพักนักศึกษา มักตั้งอยู่ในเมือง มีอาหาร มีห้องออกกำลังกายและมีบริการซักผ้า

ราคา ไม่มีอาหาร 75 - 80 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์และมีอาหาร 100 - 125 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์

ข้อดี คล้ายโรงแรม อยู่ในย่านใจกลางเมือง

ข้อเสีย ตั้งอยู่ไกลสถานศึกษา เสียเวลาเดินทาง

3. DIY เป็นหอพักแบบใหม่ที่ไม่ได้เน้นกฎระเบียบเคร่งครัดนัก แต่ไม่อิสระมากเหมือนเช่าบ้านอยู่เอง เพราะมีผู้ดูแลพักอยู่ด้วย มีอุปกรณ์เหมือนหอพักมหาวิทยาลัย

ราคา 70 - 80 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์

ข้อดี/ข้อเสีย คล้ายคลึงกับการพักอยู่ที่หอพักมหาวิทยาลัย

4. Sharing a House ผู้ที่สนใจสามารถหาผู้ร่วมพักหรือรายละเอียดที่พักได้จากโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือป้ายประกาศของมหาวิทยาลัย ต้องทำสัญญาเช่าพักอย่างน้อย 6 เดือน

ราคา 1,200 - 2,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน

ข้อดี มีห้องเป็นสัดส่วน มีห้องครัว ห้องน้ำ ทำอาหารได้ มีความเป็นอิสระมากกว่าอยู่หอพัก

ข้อเสีย ตั้งอยู่ไกลจากสถานศึกษา

5. Homestay บางครั้งเรียกว่า Board คือการเช่าห้องในบ้าน ใช้ห้องน้ำและอุปกรณ์อื่นๆ ร่วมกับครอบครัว หากเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาจะคิดว่าดูแลเรียกว่าค่า Guardianship เพิ่มขึ้นจากนักศึกษาเล็กน้อย เพราะครอบครัวจะ ดูแลทุกอย่างให้เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง นับตั้งแต่เรื่องอาหาร ซักเสื้อผ้า ทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด โรงเรียนจะหา ครอบครัวที่มีลูกอยู่โรงเรียนเดียวกันเพื่อสะดวกต่อการับ - ส่งโรงเรียน

ราคา นักศึกษาทั่วไป 150 - 200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษา 5,000 - 25,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหนึ่งปีการศึกษา (ชั้น Years 11 - 12 ราคาแพงกว่า Years 7 - 9)

ข้อดี ได้รับการดูแลเสมือนสมาชิกในครอบครัว พัฒนาภาษาอังกฤษเร็ว มีห้องพักเป็นสัดส่วน มีเครื่องใช้ครบ และมีอาหารให้

ข้อเสีย อาจรู้สึกว่าเป็นธุรกิจ อาจเข้ากับครอบครัวไม่ได้เพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์

ระบบการศึกษาประเทศออสเตรเลีย

 
ระบบการศึกษาทั่วไป

การจัดการศึกษาเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐแต่ละรัฐ ดังนั้นระบบการศึกษาในแต่ละรัฐจึงอาจมีมาตรฐาน และกฎเกณฑ์แตกต่างกันไปบ้าง โดยทั่วไปจะแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 1 ถึงปีที่ 10 (Year 1 – 10) หรือระหว่างอายุ 6 – 15 ปี แต่นักเรียนส่วนใหญ่จะเรียนต่อ Year 11, 12 เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเทคนิค และการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Education) ซึ่งเรียกโดยย่อว่า TAFE ผลการเรียนในระดับ Year 11, 12 นี้มีความสำคัญมาก ต่อการเลือกอันดับ มหาวิทยาลัยและสาขาวิชา เนื่องจากไม่มีระบบการสอบเข้าที่เรียกว่า Entrance Examination

การศึกษาทั้ง 4 ระดับ มีรายละเอียดดังนี้

    1. ระดับอนุบาล (Pre-School Education) เริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 3 ขวบ ถึง 5 ขวบ เป็นการศึกษาไม่บังคับ เน้นการเตรียมเด็กให้มีพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญาและสังคม

    2. ระดับประถมศึกษา (Primary Education) มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี จาก Year 1 ถึง Year 6 วิชาที่สอนในระดับนี้ได้แก่คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ ดนตรี และสุขศึกษา โดยมีวิชาศีลธรรม และศาสนาเป็นวิชาเลือก

    3. ระดับมัธยมศึกษา (Secondary Education) มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี แบ่งเป็น

    3.1 มัธยมต้น (Junior Secondary) จาก Year 7 ถึง Year 10 เมื่อนักเรียน จบการศึกษาในระดับนี้แล้วก็สามารถออกไปสู่ตลาดแรงงาน ทำงานหรือฝึกงาน ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจการในภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ หรืออาจศึกษา ต่อหลักสูตรระยะสั้นใน TAFE ได้

    3.2 มัธยมปลาย (Senior Secondary) คือ Year 11 และ 12 เป็นการศึกษา เพื่อเตรียมเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา วิชาในระดับมัธยมปลายประกอบด้วย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณคดีอังกฤษ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร เป็นต้น โดยทั่วไปนักเรียน จะเลือกเรียนสี่หรือห้าวิชาหลัก ซึ่งเป็นวิชาที่สัมพันธ์กับสาขาวิชา ในระดับ อุดมศึกษา และเลือกอีกหนึ่งหรือสองวิชา เป็นวิชาเลือก นักเรียนเมื่อจบการศึกษา ระดับนี้แล้ว จะได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา (High School Certificate)

    4. ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education) เป็นการศึกษาวิชาเพื่อประกอบอาชีพในสาขาต่างๆ โดยมีระยะเวลาศึกษา 2 ปีขึ้นไปตามลำดับ จนถึงการศึกษาขั้นปริญญาเอก ในมหาวิทยาลัย ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับนี้ จะได้รับวุฒิต่างๆ ดังนี้

    4.1 อนุปริญญา (Associate Diploma) มีหลักสูตร 2 ปี ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาที่มี ผลการเรียนดีอาจสมัครเข้าศึกษาในชั้นปีที่ 2 ของปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยได้

    4.2 ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) หลักสูตรปริญญาตรีทางมนุษยศาสตร์ โดยทั่วไปจะมีระยะเวลา 3 ปี ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ จะมีระยะเวลาศึกษา 4 ปี หลักสูตรทันตแพทย์หรือสัตวแพทย์ จะมีระยะเวลาศึกษา 5 ปี และถ้าเป็นหลักสูตรแพทยศาสตร์จะใช้เวลาศึกษา 6 ปี สำหรับผู้ต้องการได้ปริญญาเกียรตินิยม ต้องเพิ่มระยะเวลาเรียนอีก 1 ปี เป็นเกียรตินิยมโดยเฉพาะและจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยในระดับปริญญาตรีทั่วไปค่อนข้างดี

    4.3 ประกาศนียบัตรชั้นสูง (Post Graduate Diplomas or Graduate Diplomas) เป็นหลักสูตรบัณฑิตศึกษา ระยะเวลาศึกษา 1 ปี สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีที่มีประสบการณ์ ในการทำงานแล้ว และต้องการศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติม เฉพาะด้านเป็นหลักสูตรฟังคำบรรยาย (Course Work) อาจมีการทำ Project หรือมีภาคปฏิบัติในบางสาขาในหลายสาขาวิชา เช่น MBA ได้จัดให้ Graduate Diploma เป็นหลักสูตรปีแรกของโปรแกรม ซึ่งถ้านักศึกษาสามารถทำคะแนนได้ดีในปีแรก ก็สามารถผ่านไปเรียนปีที่สองในระดับปริญญาโทได้

    4.4 ปริญญาโท (Master’s Degree) มีระยะเวลาศึกษา 1 – 2 ปี แล้วแต่สาขา และสถาบันการศึกษาที่จัด โครงการศึกษาระดับปริญญาโทของออสเตรเลีย มี 3 แบบคือ

  •       Master Degree By Coursework กำหนดรายวิชาให้ศึกษาในชั้นเรียน แล้วมีการสอบไล่และวิทยานิพนธ์

  •       Master Degree By Thesisไม่มีชั้นเรียนมีแต่การวิจัย การเสนอผล การวิจัย และการสอบ Comprehensive Exam

  •       Master Degree By Coursework&Thesis เป็นการเรียนผสมผสานระหว่าง การเข้าฟังคำบรรยายและการเขียนวิทยานิพนธ์ ปริญญาเอก (Doctor of Philosophy) ระยะเวลาศึกษาประมาณ 3-5 ปี เป็นหลักสูตรวิจัยค้นคว้า คือ เขียนวิทยานิพนธ์ เพียงอย่างเดียว ขณะนี้บางมหาวิทยาลัยได้พิจารณาเพิ่มหลักสูตร coursework เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนระดับปริญญาเอกนี้ด้วยแต่ยังเป็นส่วนน้อย

    4.5 ปริญญาเอก (Doctoral Degree) มีระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 ปีขึ้นไป แล้วแต่ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ทั้งนี้เพราะการศึกษาขั้นปริญญาเอกของออสเตรเลียเป็นโครงการวิจัย (By Research) เพียงประการเดียว

เงื่อนไขการรับนักเรียนต่างชาติ

สถาบันการศึกษาในออสเตรเลียมีเงื่อนไขในการรับนักเรียนต่างชาติเข้าศึกษาดังนี้

    1. เป็นการเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษา (Year 7) ขึ้นไป

    2. เป็นการศึกษาเต็มเวลา (Full - time study)

    3. ผู้เข้าศึกษาจะต้องมีพื้นฐานการศึกษาเทียบได้กับระดับที่แต่ละสถานศึกษากำหนดไว้ เช่นผู้ที่จะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี จะต้องจบ Year 12 หรือเทียบเท่า หรือการเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท จะต้องสำเร็จการศึกษาที่เทียบได้เท่ากับปริญญาตรีของออสเตรเลีย เป็นต้น โดยมีผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตร ประมาณ 2.5 ขึ้นไป

    4. เงื่อนไขด้านภาษาอังกฤษ จะต้องมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ทั้งด้านการอ่าน การเขียน การพูด เกณฑ์ต่ำสุดที่เป็นที่ยอมรับในระดับต่างๆ มีดังนี้

ระดับ TOEFL IELTS
มัธยม
วิทยาลัยธุรกิจเอกชน
วิทยาลัยเทคนิค (TAFE)
มหาวิทยาลัย
500
450
500 – 550
550 – 560
5.5
4.5 – 5.0
5.5 – 6.0
6.0 – 7.0
 
หมายเหตุ : สถานศึกษาในออสเตรเลียยังไม่ยอมรับผลการสอบเทียบในประเทศไทย เว้นแต่จะ ได้คะแนนเฉลี่ยในการสอบเทียบ 2.5 ขึ้นไป และในกรณีที่จบ ปวช. จะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป

เอกสารที่ใช้ในการสมัครสถานศึกษา

ระดับมัธยมศึกษา

    1. ใบสมัครของสถานศึกษา

    2. หลักฐานการศึกษาภาษาอังกฤษ

    3. หนังสือรับรองจากโรงเรียน

    4. หนังสือรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร

ระดับปริญญา (ตรี/โท/เอก)

    1. ใบสมัครของสถานศึกษา

    2. หลักฐานการศึกษาภาษาอังกฤษ

    3. หนังสือรับรองจากอาจารย์

    4. เรียงความ

    5. ผลสอบ IELTS 6.0 - 6.5 หรือ TOEFL 210 - 230 ผลสอบ GMAT (เฉพาะ MBA)

    6. ใบผ่านงาน (เฉพาะ MBA)

    7. ค่าสมัคร (บางมหาวิทยาลัย)

หมายเหตุ : เมื่อมหาวิทยาลัยรับเข้าเรียนจะให้ชำระค่าเล่าเรียน (บางส่วน) และค่าประกันสุขภาพ เมื่อชำระเงินแล้วจึงจะออกหนังสือยืนยันการตอบรับของสถานศึกษา (COE) เพื่อไปขอวีซ่า

ปีการศึกษา (Academic Year) แตกต่างกันไปตามประเภทของสถานศึกษา

    1. ประถมและมัธยมศึกษา ปีการศึกษาของโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาแบ่งเป็น 4 เทอมคือ

        เทอม 1 เริ่มปลายเดือนมกราคม ถึงกลางเดือนเมษายน

        เทอม 2 เริ่มปลายเดือนเมษายน ถึงกลางเดือนกรกฎาคม

        เทอม 3 เริ่มปลายเดือนกรกฎาคม ถึงกลางเดือนกันยายน

        เทอม 4 เริ่มปลายเดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนธันวาคม

    2. วิทยาลัย TAFE แบ่งภาคการศึกษาออกเป็น 2 Semesters คือ

        Semester 1 เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมิถุนายน

        Semester 2 เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนธันวาคม

    3. มหาวิทยาลัย อาจจัดภาคการศึกษาโดยใช้ระบบเทอม และ Semesters (3 เทอม และ 2 Semesters ใน 1ปี) ซึ่งบางสถาบัน ใช้ทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป การเรียนการสอนเริ่มต้นในอาทิตย์แรกของเดือน มีนาคม และสิ้นสุดเอาปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม บางสถาบันเปิดสอนภาคฤดูร้อนระหว่างมกราคมถึง เดือนกุมภาพันธ์แต่เป็นส่วนน้อย บางวิชาเปิดให้ลงทะเบียนได้ทั้งต้นปีและกลางปี

ประเภทของสถานศึกษา

    1. ระดับประถมและมัธยมศึกษา สถาบันการศึกษาประเภทนี้ 75% จะเป็นของรัฐ อีกประมาณ 25% จะเป็นของเอกชน ซึ่งมูลนิธิทางศาสนาเป็นผู้จัดตั้งขึ้น มีทั้งแบ่งตามเพศของผู้เข้าศึกษา คือ Boys School และสหศึกษา (Co-education School) กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ

    2. ระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

    2.1 มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย (Universities and Colleges) เปิดสอน ในระดับอนุปริญญา (Associate Diploma) ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรชั้นสูง (Post Graduate Diploma) ปริญญาโทและปริญญาเอก มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียมีอยู่ประมาณ 40 แห่ง กระจายอยู่ตามรัฐ ต่างๆ เกือบทั้งหมดเป็นของรัฐบาล เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียง 2 แห่ง คือ Bond University ในรัฐควีนสแลนด์ (Queensland) และ Australian Institute for University Studies ในรัฐ Western Australia

    2.2 วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Educationหรือ TAFE) เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาล ที่มีอยู่เป็น จำนวน มากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณกว่า 230 แห่ง ให้การศึกษา ที่ครอบคลุมทักษะสำคัญๆ ทั้งหมดในวิชาชีพ ด้าน อุตสาหกรรม พานิชยกรรม และศิลปะ รวมทั้งเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ และหลักสูตรทั่วไป หลักสูตร ที่เปิดสอนมีทั้งระดับช่างฝึกหัด ช่างฝีมือ ช่างฝีมือชั้นสูง และช่างเทคนิค ระยะเวลาของหลักสูตรมีตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 4 ปี ผู้ที่สำเร็จการศึกษา จะได้รับวุฒิบัตรแตกต่างกันไป เช่น

  •       ประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นหลักสูตรวิชาชีพพื้นฐาน เน้นความรู้ในระดับปฏิบัติงาน ผู้ผ่านหลักสูตรสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ ระยะเวลาหลักสูตรประมาณ 1 ปี รับจากผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ Year 10

  •       ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (Advanced Certificate) ระยะเวลาหลักสูตรประมาณ 1 – 2 ปี แล้วแต่สาขาวิชาและคุณสมบัติของผู้เรียนเน้นความรู้วิชาชีพเทคนิครับจากผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ Year 10

  •       ประกาศนียบัตรชั้นสูง (Associate Diploma) เป็นหลักสูตรครอบคลุมทั้งระดับปฏิบัติงาน และวางแผน เหมาะสำหรับผู้ที่ ต้องการก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งหัวหน้างาน รับจากผู้ที่จบ Year 12 หรือเทียบเท่า

  •       อนุปริญญา (Diploma) ระยะเวลาหลักสูตรประมาณ 3 ปี เป็นหลักสูตรขั้นสูงสุดที่ เปิดสอนในวิทยาลัย TAFE รับจากผู้สำเร็จ Year 12 ของออสเตรเลีย หรือมัธยมศึกษาจากต่างประเทศ ที่ออสเตรเลีย หรือเทียบเท่า Year 12

หมายเหตุ : ผู้ที่จบหลักสูตร Associate Diploma และ Diploma สามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัยโดยการโอนหน่วยกิตไปในระดับปริญญาตรีได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างวิทยาลัย TAFE แต่ละแห่งกับมหาวิทยาลัยที่จะโอนไป

    2.3 วิทยาลัยเอกชน (Private Business Colleges) วิทยาลัยเอกชนในออสเตรเลีย เป็นสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรวิชาอาชีวศึกษา ในระดับประกาศนียบัตร (Diplomas and Certificates) เท่านั้น โดยมิได้มีการสอนถึงระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท ทางบริหารธุรกิจแต่ประการใด แต่อาจได้รับการเทียบวิชาเพื่อสมัคร เข้าศึกษาต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย หลักสูตรของมหาวิทยาลัยเอกชนประเภทนี้มีระยะเวลาศึกษา ดังนี้

  •       Certificate จะมีระยะเวลาศึกษาประมาณ 12 – 30 สัปดาห์

  •       Diploma มีระยะเวลาศึกษาประมาณ 40 สัปดาห์

ระบบการเรียนการสอน

การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียส่วนใหญ่จะเป็นการมอบหมายงานให้นักเรียนแต่ละคนไปศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเอง (Individual Studies Assignment) การอภิปรายการถกเถียงและการโต้วาทีระหว่างนักเรียนในชั้น รวมทั้งอาจารย์ผู้สอน การใช้ประโยชน์จากห้องสมุด และการจดโน๊ตจากการฟังผู้บรรยาย โดยนักเรียนไทยที่จะประสบความสำเร็จ จากการศึกษาตามวิธีการเรียนการสอนดังกล่าว จะต้องเป็นผู้สามารถปรับตัวให้สามารถติดตามการเรียนการสอนตามระบบ ดังกล่าวมานี้ได้ และเป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี หากนักเรียนผู้ใดประสบปัญหา ดังกล่าวนี้อาจขอความช่วยเหลือจากบริการแนะแนว (Counseling Service) ที่สถานศึกษา แต่ละแห่งจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือ แนะนำนักเรียนต่างชาติให้สามารถพัฒนาตนเอง และมีทักษะในการศึกษาเล่าเรียนในสภาพการเรียนการสอนของออสเตรเลีย ดังกล่าวข้างต้น

 



Education Abroad Co., Ltd.
52/019 หมู่บ้านเมืองเอก (ทางเข้ามหาวิทยาลัยรังสิต) ถ. พหลโยธิน ต. หลักหก อ. เมือง จ. ปทุมธานี 12000
โทรศัพท์ (02) 997-9859 หรือ (02) 533-9447 แฟกซ์ (02) 533-9447 E-mail : info@e-abroad.com