GMAT หรือ Graduate Management Admission Test เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษา
ในระดับบัณฑิตศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้คะแนน GMAT ในการพิจารณารับนักศึกษา
ลักษณะของข้อสอบ
เป็นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งความถนัดของการเขียนในเชิงวิเคราะห์ ซึ่งเป็นความสามารถ
ที่นักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาด้านบริหารธุรกิจควรจะมี ข้อสอบเป็นแบบปรนัย แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ
Quantitative และ Verbal และมีส่วนการเขียนความเรียงที่เรียกว่า Analytical Writing Assessment (AWA)
Quantitative Section
มี 37 คำถาม ใช้เวลา 75 นาที
คำถาม Problem Solving ~ 24 คำถาม
คำถาม Data Sufficiency ~ 13 คำถาม
Verbal Section
มี 41 คำถาม ใช้เวลา 75 นาที
คำถาม Reading Comprehension ~14 คำถาม
คำถาม Critical Reasoning ~14 คำถาม
คำถาม Sentence Correction ~13 คำถาม
Essay คำถาม (Analytical Writing Assessment)
จะเริ่มต้นด้วย AWA สองคำถาม ในแต่ละส่วนจะมีเวลาทำ 30 นาที ในการพิมพ์ความเรียงในคอมพิวเตอร์
โดยใช้โปรแกรมเวิร์ดอย่างง่าย เรียงความแต่ละส่วนนั้นจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วในขณะที่
อีกสองส่วนนั้นไม่ได้เรียงลำดับก่อนหลังเอาไว้
การคิดคะแนนของ GMAT
จะมีการติดลบ 1 ใน 4 สำหรับข้อที่เลือกผิดทุกข้อ และการรายงานผลจะรายงานคะแนน 3 ครั้งล่าสุด
มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะพิจารณาเฉพาะผลคะแนนครั้งที่ดีที่สุด แต่บางแห่งอาจจะพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของ
ทั้ง 3 ครั้ง ในคณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจจะพิจารณาจากพัฒนาการของนักศึกษาจากผลที่ได้แต่ละครั้ง
คะแนน GMAT จะอยู่ระหว่าง 200 - 800 คะแนน ส่วนใหญ่นักศึกษาจะทำได้ประมาณ 250-700
ในส่วนการเขียนเชิงวิเคราะห์ จะมีคะแนนในช่วง 0 - 6 ผู้ที่ไม่ทำข้อสอบทั้ง 2 ชุด คือทั้งการเขียนบทความ
และการทำข้อสอบปรนัย จะไม่ได้รับผลคะแนน เนื่องจากถือว่าทำข้อสอบไม่สมบูรณ์ ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ
การสอบ GMAT ในประเทศไทยให้เป็นแบบการสอบกับคอมพิวเตอร์
คะแนน GMAT กับ Business Schools
คะแนน GMAT ที่ผู้สอบจะได้รับ จะมีแบ่งเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้
Quantitative ระดับคะแนน อยู่ในช่วง 0 ถึง 60
Verbal ระดับคะแนนอยู่ในช่วง 0 ถึง 60
Overall ระดับคะแนนอยู่ในช่วง 200 ถึง 800
ซึ่งเป็นคะแนนหลังจากนำสองส่วนแรกมารวมกันแล้วนำมาเทียบให้อยู่ในช่วงคะแนน สองร้อยถึงแปดร้อย
Analytical Writing Assessment ระดับคะแนน อยู่ในช่วง 0 ถึง 6
โดยจะเป็นคะแนนแยกจากสองส่วนแรก ส่วนนี้สำคัญน้อยกว่าสอง ส่วนแรก
การเรียน MBA ในมหาวิทยาลัยดังๆ ส่วนใหญ่ก็หมายถึงการที่จบมาแล้วได้งานทำดีๆ เงินเดือนมาก
ฉะนั้นการแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยดังจึงค่อนข้างสูง ฉะนั้นผล GMAT ที่จะใช้เพื่อให้ได้รับการตอบรับเข้าเรียน
ก็สูงตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ตารางข้างล่างเป็นคะแนนโดยเฉลี่ยของผู้ที่จะเข้าเรียน MBA ในมหาวิทยาลัยต่างๆ
ในสหรัฐอเมริกา