SAT - Scholastic Aptitude Test

SAT หรือ Scholastic aptitude Test I และ SAT II หรือ Scholastic aptitude Test II ซึ่งแต่ก่อนเรียกว่า Achievement Test หรือ Act เป็นข้อสอบที่ใช้วัดระดับความรู้ ความสามารถของนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย เนื่องจากในอเมริกามีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการยากที่ทุกแห่งจะมีมาตรฐานในการเรียน การสอน และการวัดผลที่เท่าเทียมกัน การสอบ SAT จึงถือเป็นตัวชี้วัดความพร้อมของนักศึกษาที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยอันหนึ่ง สำหรับมหาวิทยาลัยในการตัดสินใจรับนักศึกษาเข้าเรียน

อย่างไรก็ตามในฤดูใบไม้ผลิปี 2005 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของข้อสอบ SAT ดังนั้นนักศึกษาจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจและเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ต้องสมัครเข้าเรียนในปี 2006 ทั้งนี้มหาวิทยาลัยในอเมริกาส่วนใหญ่จะใช้ผลสอบ SAT แบบใหม่นี้สำหรับรับนักศึกษาเข้าเรียนในฤดูใบไม้ร่วงปี 2006

ในอเมริกาการสอบ SAT แบบใหม่จะเริ่มนำมาใช้ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2005 และจะเริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคม 2005 สำหรับประเทศอื่นๆ นักศึกษาควรจะติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยที่ต้องการไปศึกษาต่อเพื่อให้แน่ใจและได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับระเบียบการรับสมัครและผลสอบ SAT

ข้อสอบ SAT มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

ข้อสอบ SAT ในปัจจุบันจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ภาษาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Verbal and Mathematics) ซึ่งจะเป็นการแสดงความสามารถในการสื่อสาร การเติมคำในช่องว่าง การอ่านวิเคราะห์และวิจารณ์ รวมถึงความสามารถทางคณิตศาสตร์ ลักษณะคำถามจะเป็นแบบปรนัย ใช้เวลาในการสอบทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง โดยในแต่ละส่วนจะมีคะแนนในช่วง 200 - 800

ในขณะที่การสอบ SAT แบบใหม่จะประกอบด้วย 3 ส่วนคือ การอ่านวิเคราะห์และวิจารณ์ คณิตศาสตร์ และการเขียน (Critical Reading, Mathematics and Writing) โดยในส่วนภาษาศาสตร์ (Verbal) จะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นการอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์ (Critical Reading) ในส่วนของการเปรียบเทียบ (Analogies) จะถูกตัดออกไปในขณะที่คำถามเกี่ยวกับการอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์จะถูกเพิ่มเข้ามา (Critical Reading Questions) สำหรับวิชาคณิตศาสตร์เนื้อหาเกี่ยวกับพืชคณิต (Algebra II) จะถูกเพิ่มเข้ามาในข้อสอบ ในขณะที่การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ (Quantitative Comparisons) จะถูกตัดออกไป และสุดท้ายมีการเขียน (Writing) เป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ โดยข้อสอบในส่วนนี้จะมีทั้งข้อสอบแบบปรนัยที่จะทดสอบความสามารถทางด้านการหาประโยคที่ผิด (Sentense Error) การปรับปรุงประโยคและข้อความ (Improve Sentences and Improve Paragraph) นอกจากนี้นักศึกษาจะต้องเขียนเรียงความอีก 1 อัน (Essay) โดยผู้ที่อ่านเรียงความและให้คะแนนในส่วนนี้จะรู้ว่าผู้เขียนมีเวลาที่จำกัดในการเขียน ดังนั้นเขาจะไม่คาดหวังว่าเรียงความนี้จะต้องประณีตและเรียบร้อยเท่าใดนัก

การให้คะแนนในแต่ละส่วน

นักศึกษาจะได้รับคะแนนทั้ง 3 ส่วนคือ การอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์ คณิตศาสตร์ และการเขียน (Critical Reading, Mathematics and Writing) โดยที่แต่ละส่วนจะมีคะแนนในช่วง 200 - 800

ควรจะเตรียมตัวสำหรับการสอบ SAT อย่างไร

วิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวสำหรับการสอบ SAT ก็คือนักเรียนจะต้องตั้งใจเรียนในชั้นเรียน อ่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ทั้งในและนอกโรงเรียน และต้องฝึกทักษะทางด้านการเขียนด้วย รวมทั้งควรจะทำความคุ้นเคยกับข้อสอบ SAT ในแบบต่างๆ โดยที่นักเรียนสามารถไปทดลองทำตัวอย่างข้อสอบ SAT ได้ที่ www.collegeboard.com

SAT II หรือการสอบวิชาเฉพาะ

สำหรับ SAT II จะเป็นการทดสอบความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านและความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 22 หัวข้อ เช่นภาษาฝรั่งเศส เคมี วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์โลก สังคมศาสตร์ เป็นต้น การสอบนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นักเรียนควรจะติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัครเรียนเพื่อสอบถามถึงคะแนนที่สถาบันนั้นๆ ต้องการเพื่อที่จะได้สามารถเตรียมตัวได้ถูก

การสมัครสอบ SAT

วิธีที่ดีที่สุดและสะดวกที่สุดในการสมัครสอบ SAT คือการสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซด์ www.collegeboard.com แต่ผู้สมัครจะต้องมีบัตรเครดิตเพื่อที่จะได้ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ หรืออีกวิธีหนึ่งคือสามารถสมัครทางจดหมายโดยผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มใบสมัครให้เรียบร้อยและส่งไปที่ตัวแทนที่จัดการสมัครสอบ SAT

 



Education Abroad Co., Ltd.
KU Mini Shop (บริเวณโรงอาหารกลาง 1) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ (081) 836-4042, (089) 199-2286 แฟกซ์ (02) 940-6961 E-mail : info@e-abroad.com